About us | กิจกรรม | ร่วมงานกับเรา | Contact us || Log In

ทราบข้อมูลของบริษัทฯทางด้านหนังสือพิมพ์ แต่ไม่ทราบเบอร์โทรติดต่อ พอดีโครงการที่ไปซื้อคอนโดได้ให้โบรชัวร์มา เลยลองติดต่อดู แล้วก็ไม่ผิดหวัง

นายวิโรจน์ ลีลาเมธาวัฒน์
พนักงานการเงิน อุตสาหกรรมพรมไทย


PDF Print E-mail
insight_01.gif








การลงทุนในการซื้ออสังหาริมทรัพย์



คนทุกคนต้องการมีบ้านเป็นของตนเอง ดังนั้น การซื้อบ้านนอกจากเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยแล้วยังถือเป็นการลงทุนอีกประเภทหนึ่ง โดย
เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ภาวะดอกเบี้ยเงินฝากน้อยมากในปัจจุบัน จึงมักเห็นคนถอนเงินจากธนาคารไปลงทุนด้วยวิธีการอื่นๆ แทน อาทิ การลงทุนในพันธบัตร การลงทุนในตลาดหุ้น การลงทุนในตราสารหนี้ การลงทุนในกองทุนต่างๆ ที่มีมากมายในตลาดการเงินในขณะนี้ การซื้อทอง รวมถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

สาเหตุที่การลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีความน่าสนใจ เพราะปัจจุบันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังฟื้นตัวอยู่ในช่วงขาขึ้น แนวโน้มของราคาสินทรัพย์มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อัตราผลตอบแทนในการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 10-20% (จากการให้เช่าโดยที่ยังไม่รวมกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่อาจเกิดในอนาคต) ในขณะที่มีปัจจัยเอื้อให้การซื้ออสังหาริมทรัพย์มีราคาที่ถูกลง ได้แก่

มาตรการรัฐที่ช่วยในการสนับสนุนการซื้อ-ขาย ทั้งการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอน (ปัจจุบันการโอนบ้านมือ 2 รัฐลดค่าธรรมเนียมเหลือเพียงร้อยละ 0.01) และการลดหย่อนค่าจดจำนอง  เป็นต้น ประกอบกับภาวะการปล่อยสินเชื่อสำหรับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเริ่มผ่อนคลายและมีการแข่งขันกันมากขึ้น ทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำและราคาอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันยังไม่แพงเกินไป ซึ่งปัจจัยสนับสนุนเหล่านี้ทำให้การซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจึงมีมากขึ้น

การซื้ออสังหาริมทรัพย์จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในยุคปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น ดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารอยู่ที่ประมาณ 2% หากถอนเงินจากธนาคารมาลงทุนซื้อบ้านไว้สักหนึ่งหลังเพื่อปล่อยให้เช่าในอัตรา 1% ของราคาบ้านที่ซื้อ เช่น ซื้อบ้านมา 500,000 บาท ปล่อยเช่าในอัตรา 1% ของราคาซื้อ เท่ากับ 5,000 บาทต่อเดือน ในเวลา 1 ปี จะได้ผลตอบแทนคิดเป็น 12% ของราคาซื้อบ้านที่ลงทุนไป ซึ่งคุ้มค่ามากกว่าการฝากเงินถึง 10%

อย่างไรก็ตาม การซื้ออสังหาริมทรัพย์สำหรับการลงทุนมีหลักและข้อควรพิจารณาบางประการสำหรับผู้ซื้อ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุด ประการแรก อสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อต้องมีสภาพคล่องสูงพอสมควร คือ สามารถขายออกไปได้เร็วในกรณีที่ผู้ซื้อต้องการจะขาย ดังนั้นการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์จึงควรอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพเพียงพอและมีโอกาสขายคืนในอนาคตสูง โดยผู้ซื้อต้องพิจารณาก่อนว่าต้องการซื้อเพื่อขายออกไปภายในกี่ปี ถ้ากำหนดเวลาไว้สั้นไป การขายออกจะค่อนข้างลำบาก นอกจากนั้นผู้ซื้อต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายระหว่างการถือครอง เช่น การซ่อมแซม และการดูแลรักษาด้วย

ในเรื่องของราคาเป็นอีกปัจจัยที่ผู้ซื้อจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ผู้ซื้อจะต้องคิดเสมอว่า เมื่อซื้อแล้วจะขายออกไปได้ในราคาเท่าไร และน่าจะขายได้ในระยะเวลาใด โดยประเมินราคาขายได้จากตลาดซื้อ-ขายทั่วไปและขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองราคากับผู้ขาย สำหรับวิธีการและขั้นตอนในการคำนวณราคาที่ควรจะซื้อ ผู้ซื้อหรือผู้ลงทุนต้องตั้งราคาอสังหาริมทรัพย์ที่จะขายต่อเอาไว้ในใจก่อน

หลังจากนั้นผู้ซื้อจะต้องประเมินค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้แก่ ค่านายหน้า ในกรณีที่ใช้บริษัทตัวแทนเป็นผู้ขายให้ ค่าธรรมเนียมโอน ค่าซ่อมแซมและปรับปรุงบ้านให้อยู่ในสภาพที่พร้อมอยู่ ค่าใช้จ่ายในช่วงที่ยังไม่สามารถขายบ้านออกไปได้ โดยคิดเป็นค่าเสื่อมราคา และค่าปรับปรุงซ่อมแซมในกรณีที่เกิดความเสียหาย เป็นต้น

เมื่อได้ราคาค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วให้เอาไปลบกับราคาที่ตั้งใจจะขาย ซึ่งจะทำให้ผู้ซื้อหรือผู้ลงทุนสามารถกำหนดราคาสูงสุดที่จะเสนอซื้อบ้านหลังนั้นได้ ถ้าต้องการกำไรอีกเท่าไรก็ให้นำไปลบออกจากราคาขายที่ตั้งเอาไว้

เมื่อได้ราคาที่จะซื้อแล้วขึ้นอยู่กับผู้ซื้อว่าจะสามารถเจรจาต่อรองกับผู้ขายได้มากน้อยขนาดไหน ซึ่งจุดที่จะสามารถนำมาเจรจาต่อรองกับผู้ขายได้คือ ค่าใช้จ่ายที่ผู้ซื้อต้องเสียหลังจากการซื้อบ้าน ซึ่งได้แก่ ค่าปรับปรุง และซ่อมแซมบ้านนั่นเอง

ปัจจุบันอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุน คือ ห้องชุด และทาวน์เฮ้าส์ เนื่องจากให้ผลตอบแทนในการลงทุนสูงกว่าอสังหาริมทรัพย์ในประเภทอื่น และดังที่กล่าวมาแล้วว่า การเลือกซื้อในทำเลที่ดีนั้น ทำให้เวลาที่จะให้เช่าหรือขายก็สามารถทำได้ง่าย นับตั้งแต่ช่วงวิกฤตเป็นต้นมา ทำเลที่มีการซื้อ-ขายเปลี่ยนมืออสังหาริมทรัพย์กันมากที่สุด คือ ย่านกลางเมืองได้แก่  สีลม สาทร สุขุมวิท เพลินจิต จึงเป็นทำเลที่เหมาะสำหรับการลงทุน

แหล่งที่ผู้ซื้อจะสามารถหาอสังหาริมทรัพย์สำหรับการลงทุนได้ สามารถสอบถามได้จากตัวแทนนายหน้า       หรือโบรกเกอร์ หรือผู้ซื้อจะหาข้อมูลในหนังสือพิมพ์ หรือเว็บไซต์ต่างๆ ได้

นอกจากนี้ยังมีอสังหาริมทรัพย์ที่ทำการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี บ้านที่เป็นสินทรัพย์รอการขายในธนาคารหรือสถาบันการเงิน ที่ธนาคารและสถาบันการเงินจะนำอสังหาริมทรัพย์ออกขายหรือออกประมูลในราคาที่พิเศษกว่าราคาที่ขายปกติ ซึ่งผู้ซื้อสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้นๆ ได้โดยตรง

newsletter_02.gif
 
back to home page